ภาษาไทย
ค้นหา:
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ!!    
สถิติของเวบไซต์

เปิดเวบเมื่อ 04/07/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 19/12/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 7
0507314808801
หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (7)
กล้องดิจิตอล
อีเมล์
บริการรับจำนำ
สินค้าหลุดจำนำและมือ 2
คู่มือกล้องและเฟลช
รับจำนำ


จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Ẻͺ͹Ź
คุณอยากเป็นเจ้าของสินค้าใดมากที่สุด
Notebook
O2
Pocket PC
Flash memory
โทรศัพท์มือถือ







เช็คสถานะการสั่งซื้อ


Pay online by TaradPay
Pay online by TaradPay
Bank Transfer and Bill Payment
Counter Service
PayPal.com
PaysBuy.com
Mpay.com
Mpay.com



+++ ลูกค้าที่โอนเงินแล้ว แจ้งด้วยน่ะครับ +++

รับฝาก ซื้อ ขาย Notebook Macbook Macbook Air iPhone XS Max iPhone Xr iPhone X iPhone 8 iPhone 7 iPhone 6 iPhone 6 Plus iPhone 5S  iPad Pro iPad Air iPad iPad mini กล้องดิจิตอล บริการ Canon Olympus Sony Nikon iPad Mini iPad Air iPod Touch มือถือ กระเป๋า Brandname Louis vuitton Gucci Prada Chanel Hermes นาฬิกาของแท้ ฝาก มือ 1 มือ 2 ให้ราคาสูง ร้านหยุดทุกวันเสาร์และอาทิตย์

ทางร้านมีระบบผ่อน 0% ธ.กสิกร

ยินดีรับบัตรเครดิตทุกธนาคาร

สินค้าที่ขายแล้วจะขึ้นคำว่า "SOLD"

......ขอให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จทั้งเรื่องการงาน ความรัก เงินทองมั่งมีมั่นคง โรคภัยไม่มี ขอให้มีความสุขในการเลือกชมสินค้า ทุกท่านครับ @@ เราจะคัดสรรค์สินค้าที่ดี มีคุณภาพ มาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เราสัญญา....สั่งซื้อสายตรง 08-4042-8181 หรือ spiderf1@gmail.com

บทความ
เปิดตัวไอโฟน 5 (iPhone 5) Spec เป็นยังไง มาดูกัน (อ่าน 1874/ตอบ 0)

ไอ โฟน 5 (iPhone 5) เปิดตัวแล้ว! มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น 4 นิ้ว ชิปเซ็ท Apple A6 แบบ Dual-core Processor ARM Cortex-A15 กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และรองรับ iOS 6

และด้านบนนี้ก็คือ สเปค ไอโฟน 5 (iphone 5) อย่างเป็นทางการ ที่มีข้อมูล ทั้งในเรื่องของ สเปค ไอโฟน 5 (iPhone 5) และการออกแบบ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ตรงกับข่าวก่อนหน้าทุกประการครับ แม้ว่า ไอโฟน 5 (iphone 5) จะมีการออกแบบที่คล้ายๆ เดิม เหมือน iPhone 4S และ iPhone 4 ก็ตาม แต่ตัวบอดี้ ไอโฟน 5 (iphone 5) นั้น มีความบางลงกว่ารุ่นก่อน และหน้าจอยาวขึ้นครับ

มาดูบทความ สรุปข้อมูล ไอโฟน 5 (iPhone 5) พร้อมฟีเจอร์เด่นบน ไอโฟน 5 (iphone 5) กันว่า มีความโดดเด่นในด้านใดบ้าง ไอโฟน 5 (iphone 5) ดีกว่า iPhone 4S ตรงไหน มาดูพร้อมๆ กันเลยครับ

iPhone 5 กับหน้าจอที่ยาวขึ้น

อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นว่า ถึงแม้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะมีบอดี้ที่คล้ายกับ iPhone 4S แต่เมื่อเจาะลึกแล้ว จะพบว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น มีตัวเครื่องที่ยาวกว่า บางกว่า และน้ำหนักเบากว่า โดย ไอโฟน 5 (iphone 5) นั้น มีความบางเพียง 7.6 มิลลิเมตร (iPhone 4S หนา 9.3 มิลลิเมตร) ซึ่งบางกว่า iPhone 4S 18% ครับ ส่วนน้ำหนัก ไอโฟน 5 (iphone 5) อยู่ที่ 112 กรัม เบากว่า iPhone 4S 20%

iPhone 5 กับกับกรอบด้านหลังแบบ Two-tone ให้ความรู้สึกที่ดูสวยงาม

มาดูกันที่ส่วนประกอบด้านหลังกันบ้าง จะเห็นว่า กรอบด้านหลัง ไอโฟน 5 (iphone 5) มีการออกแบบที่เปลี่ยนไป โดยทำมาจาก anodized aluminium ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับ MacBook นั่นเอง ส่วนด้านบน และด้านล่างนั้น สำหรับเครื่อง ไอโฟน 5 (iPhone 5) สีขาว ทำมาจาก ceramic glass ส่วน ไอโฟน 5 (iPhone 5) สีดำ ทำมาจาก pigmented glass ครับ (ซึ่งจุดนี้ ผมยังไม่ทราบว่า ทั้ง 2 วัสดุนี้ ต่างกันอย่างไร)

นอกจากนี้ Apple ยังได้ระบุว่า วัสดุที่มาผลิต ไอโฟน 5 (iPhone 5) อย่าง anodized aluminium เป็นวัสดุแบบบรีไซเคิล และไม่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ โดยยึดหลักมาตรฐาน BFR-free และ PVC-free ที่ทาง Apple มั่นใจว่า ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน

**ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่า กฏหมายของต่างประเทศจะค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการผลิตโดยใช้วัสดุที่เป็น อันตรายต่อสิ่งแวดล้อมครับ ซึ่งก่อนหน้านั้น Apple เคยมีปัญหากับ EPEAT หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และเคยถอนตัวจาก EPEAT ทำให้เกิดการต่อต้านจากผู้ใช้งาน ถึงขนาดที่ว่า จะไม่ซื้อสินค้าของ Apple อีกต่อไป ทำให้ Apple เองต้องตัดสินใจกลับเข้าสู่กระบวนการของ EPEAT อีกครั้ง ซึ่งจะต้องส่งวัสดุให้ตรวจสอบด้วยว่า ผ่านมาตรฐานด้วยหรือไม่

ไมโครโฟนบน ไอโฟน 5 (iPhone 5) มีทั้งหมด 3 จุดครับ คือ ด้านบน ด้านล่าง และด้านหลัง ระหว่างเลนส์กล้องกับไฟแฟลช ส่วนลำโพงสำหรับสนทนาในด้านบนนั้น ยังเป็นแบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอกอีกด้วย

หน้าจอขนาด 4 นิ้วแบบ Retina display ไม่ใช่แค่จอใหญ่ แต่ชัดขึ้นด้วย

มากันที่หน้าจอกันบ้างครับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น มีหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิม 3.5 นิ้ว เป็น 4 นิ้ว แบบ Retina display ความละเอียด 640 x 1136 พิกเซล ส่วนความหนาแน่นพิกเซลต่อนิ้วนั้น อยู่ที่ 326 ppi ครับ นอกจากนี้ หน้าจอของ ไอโฟน 5 (iphone5) นั้น ยังใช้เทคโนโลยีแบบใหม่ ที่มีชื่อว่า Touch technology โดย รวมเลเยอร์ของหน้าจอ และระบบสัมผัส ไว้ในเลเยอร์เดียวกันครับ ซึ่ง Touch technology นั้น นอกจากจะทำให้หน้าจอบางลงแล้ว ยังช่วยทำให้สีสันของหน้าจอ ชัดขึ้นอีกด้วย

ส่วนไอคอนบนหน้าจอ เป็นแบบ 5 แถวครับ และไม่มีไอคอนของ YouTube อีกต่อไปครับ

ชิปเซ็ท Apple A6 ประมวลผลเร็วกว่าเดิม 2 เท่า

นอกจากหน้าจอ ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว ในส่วนของระบบประมวลนั้น ยังเร็วขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวเลยทีเดียวครับ โดย ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น ใช้ชิปเซ็ท Apple A6 ซึ่งเป็นชิปเซ็ทแบบ Dual-core Processor, ARM Cortex-A15 ที่มีขนาดเล็กกว่า Apple A5 ถึง 22% แต่ช่วยทำให้การประมวลผลเร็วขึ้นกว่า ชิปเซ็ท Apple A5 ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว นอกจากนี้ ไม่เพียงแค่ซีพียู จะเร็วขึ้นเท่าตัวแล้ว ระบบประมวลผลภาพกราฟฟิค ยังเร็วขึ้นกว่าเดิม 2 เท่าอีกด้วยครับ

กล้อง iSight ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดการถ่ายภาพแบบ Panorama

น่าเสียดายที่ความละเอียดของกล้องบน ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น ไม่ได้มีความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล ตามข่าวลือ แต่กลับมีความละเอียดเท่าเดิมที่ 8 ล้านพิกเซลครับ โดยพื้นผิวที่ครอบอยู่บนตัวเลนส์นั้น เป็น Sapphire Crystal ซึ่งมีความแข็งแรงเป็นอันดับ 2 รองจากเพชร ฉะนั้น ใครที่กลัวว่า เลนส์ด้านหลังจะเป็นรอยง่าย ให้หมดกังวลในจุดนี้ไปได้เลย

นอกจากนี้ กล้องบน ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ นั่นก็คือ ความสามารถในการถ่ายภาพแบบพาโนราม่าได้นั่นเอง ซึ่งสามารถถ่ายได้สูงสุด 240 องศา และความละเอียดของภาพสูงสุดอยู่ที่ 28 ล้านพิกเซลครับ

ไม่เพียงแค่กล้อง iSight บน ไอโฟน 5 (iphone5) จะสามารถถ่ายภาพแบบพาโนราม่าได้แล้ว ยังชัตเตอร์ได้เร็วขึ้น 40% และปรับปรุงประสิทธิภาพในการถ่ายภาพในที่แสงน้อย (Low light) ได้ดีขึ้น และลด noise ของภาพอีกด้วย

ตัวอย่างภาพจากกล้อง ไอโฟน 5 (iphone5) ครับ

** คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ขึ้น
** สามารถชมภาพอื่นๆ เพิ่มเติมได้ ที่นี่

สำหรับการบันทึกภาพเคลื่อนไหวนั้น กล้องด้านหลัง มีความละเอียดสูงสุดที่ 1080p มีฟีเจอร์ลดการสั่นของภาพ มีระบบ Face detection และสามารถถ่ายภาพนิ่ง ไปพร้อมๆ กับการบันทึกวิดีโอได้ ส่วนกล้องด้านหน้า FaceTime นั้น ความละเอียดสูงสุดที่ 720p สามารถใช้งานผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้ครับ

Dock connector ขนาดเล็กลงเหลือ 8-pin เปิดตัว Lightning to 30-pin Adapter หัวแปลงพอร์ตสำหรับ ไอโฟน 5 (iPhone 5)

เนื่องจากตัวเครื่อง ไอโฟน 5 (iPhone 5) มีขนาดบางลงกว่าเดิม ทำให้พอร์ตการเชื่อมต่อในส่วนอื่นๆ สามารถปรับขนาดให้เล็กลงตามลงมาด้วย อย่างแรกก็คือ ช่อง Dock connector สำหรับชาร์ตแบตเตอรี่ และถ่ายโอนข้อมูลครับ ได้มีการปรับขนาดลง จากเดิม 30-pin เหลือแค่ 8-pin เท่านั้น ซึ่งสาย data cable นั้น มีชื่อเรียกว่า Lightning connector และเล็กกว่า connector แบบเก่าถึง 80% เลยทีเดียว

Lightning to 30-pin Adapter

ส่วนใครที่ใช้ Dock connector แบบเดิมนั้น ไม่ต้องเสียใจ หรือโยนทิ้งไปนะครับ เพราะว่า Apple ได้เปิดตัว Adapter หรือหัวแปลง 30-pin (Lightning to 30-pin Adapter) สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมกับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) แต่อุปกรณ์ตัวนี้ ขายแยกนะครับ ไม่ได้มีแถมมาให้ในกล่อง ตกอันละ $29 หรือประมาณ 900 บาท

นอกจากนี้ ช่องเสียบหูฟัง ยังย้ายจากด้านบนตัวเครื่อง มาอยู่ด้านล่างตัวเครื่องอีกด้วยครับ

ไอโฟน 5 (iPhone 5) รองรับเครือข่าย 4G LTE แล้ว

เป็นฟีเจอร์ที่มาช้ากว่าคู่แข่งมากเหลือเกิน กับการรองรับเครือข่าย 4G LTE ที่เพิ่งมีบน ไอโฟน 5 (iPhone 5) เป็นรุ่นแรก นอกจากนี้ Apple ยังได้เผยว่า ไอโฟน5 (iPhone5) นั้น รองรับเครือข่าย 4G LTE ทั่วโลกครับ ทั้ง HSPA, HSPA+ และ DC-HSDPA ซึ่งใช้ชิปแบบ Single chip ทั้งในส่วนของ Voice และ data ครับ สามารถรองรับเครือข่ายได้ทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา เอเชีย (บางประเทศ) ออสเตรเลีย และยุโรป

ส่วนระบบ Wi-Fi นั้น เป็นแบบ Dual-channel 2.4 และ 5GHz ให้ความเร็วสูงสุดที่ 150Mbps ครับ

มาดูกันที่แบตเตอรี่กันบ้างครับ แม้ว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น จะใช้ซีพียูแบบ Quad-core Processor และรองรับเครือข่าย 4G LTE ซึ่งทั้ง 2 ฟังก์ชั่นนี้ ถือว่า เป็นส่วนที่ทำให้แบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ Apple สามารถทำให้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) รองรับการใช้งานได้สูงสุด 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ไอโฟน 5 (iPhone 5) ใช้ nano-SIM card แทน micro-SIM card

ตามคาดครับ กับการเปลี่ยนขนาดของซิมการ์ดใหม่ เพื่อให้รองรับกับตัวเครื่องที่บางลง โดย ไอโฟน 5 (iPhone 5) ใช้ nano-SIM card ที่เล็กลงกว่าเดิมถึง 44% ซึ่งช่วยทำให้ประหยัดเนื้อที่ภายในตัวเครื่องอีกด้วยครับ

EarPods หูฟังแบบใหม่

สำหรับ EarPods นั้น ได้ถูกออกแบบใหม่ให้เข้ากับหูของเราได้ทุกสภาพ และทุกรูปแบบครับ โดย Apple ให้เหตุผลว่า ปกติแล้ว หูของคนเรา มักจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน คล้ายกับลายนิ้วมือที่ต้องเป็นของใครของมัน ฉะนั้น จึงได้พยายามหาวิธีการผลิตหูฟังแบบใหม่ ที่สามารถเข้ากับหูได้ทุกคนครับ ซึ่ง Apple ได้ทำการทดสอบ หูฟัง EarPods รุ่นต้นแบบ กับหูของผู้ทำการทดสอบกว่า 1,000 คน พบว่า สามารถใส่ได้พอดี ไม่เลื่อนหลุด และ ยังได้คุณภาพของเสียงที่เท่ากันอีกด้วย

นอกจากนี้ หูฟัง EarPods นั้น ยังได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ทนทานต่อทุกการใช้งานครับ แถมยังมีคุณสมบัติในการป้องกันเหงื่อและน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่ง Apple รับประกันว่า ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวไปในท่าไหน หูฟัง EarPods ก็ไม่หลุดอย่างแน่นอนครับ


ที่มา : http://www.techmoblog.com/

เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 
//